บทที่ 3 บาริสต้าสาว
บาริสต้าสาวชงกาแฟด้วยความประณีต และละเอียดอ่อนราวกับว่ากำลังแสดงโชว์อยู่ การเคลื่อนไหว ท่วงท่าที่สง่างามประดุจร่ายเวทมนต์นี้ทำให้ชายหนุ่มในวัยสามสิบหกปีที่บังเอิญผ่านมาตกอยู่ในภวังค์ และเหมือนมีแรงดึงดูดให้เขาก้าวเท้าเข้าไปยังร้านกาแฟแนว Slow Bar แห่งนี้
“นิวยอร์กซิตี้ มหานครที่ไม่เคยหลับใหล” จอมนรีวางถ้วยกาแฟที่ตนเป็นคนชงบนเคาน์เตอร์ต่อหน้าแอลลี่ เจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้
แอลลี่ หญิงสาวชาวไทยวัยสามสิบต้นๆ เธอได้สามีเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เธอหลงใหลในรสชาติกาแฟ จึงเปิดร้านกาแฟนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากออฟฟิศทำงานของสามี ส่วนมากพนักงานที่ร้านก็เป็นคนไทยทั้งนั้น เธอถูกชะตาตั้งแต่วันที่จอมนรีมาสมัครทำงานพาร์ทไทม์ อาจจะเป็นเพราะใบหน้าที่เหมือนอมทุกข์ตลอดเวลา ที่ทำให้เธอรู้สึกสงสาร
“จะหลับลงได้ไง ก็จอมเล่นให้พี่กินกาแฟเยอะขนาดนี้”
“ช่วยชิมหน่อยนะคะ จอมเพิ่งคิดสูตรได้เมื่อคืน”
“ตกลงต้องกลับไทยจริงๆ” แอลลี่ยกถ้วยกาแฟขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมเฉพาะ เอ่ยถามเรื่องที่จอมนรีเพิ่งบอกก่อนหน้าว่าต้องกลับเมืองไทยด่วน แล้วเป่าลมไล่ความร้อน ค่อยๆ ละเลียดลิ้มรสความกลมกล่อมของกาแฟ
“ค่ะ รสชาติโอเคไหมคะ”
“ยิ่งกว่าโอเค บรรจุเป็นเมนูใหม่ของร้านได้เลย แล้วจะไปกี่วัน” แอลลี่พอใจรสชาติกาแฟที่จอมนรีปรับสูตรใหม่จนยกให้เป็นเมนูใหม่ของร้าน
“จอมก็ยังไม่แน่ใจค่ะ” จอมนรีตอบ พร้อมกับจดสูตรกาแฟ
“ไม่มีกำหนดงี้เหรอ”
“จอมจะจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุดค่ะ อย่างน้อยก็ก่อนมหาลัยเปิด จอมต้องขอโทษพี่แอลลี่ด้วยนะคะที่ลางานกะทันหัน แต่ถ้าพี่แอลลี่หาคนมาแทนจอมได้ บอกจอมได้เลยนะคะ”
“ระหว่างนี้พี่ก็ต้องหาคนมาแทนจอมไปก่อนแหละ จอมกลับมาก็มาทำงานได้เหมือนเดิม จอม พี่ยังรออยู่นะ”
“รออะไรเหรอคะ”
“รอวันที่จอมยิ้ม ยิ้มที่มาจากข้างใน ยิ้มอย่างมีความสุข พี่ไม่รู้หรอกนะ ว่าชีวิตจอมต้องผ่านอะไรมาบ้าง เพราะจอมไม่เคยเล่าให้พี่ฟัง แต่ขอให้รู้ไว้ ว่าพี่เป็นกำลังใจให้จอมเสมอ ขอให้จอมก้าวผ่านมันไปได้”
“ขอบคุณพี่แอลลี่มากเลยนะคะ ดีกับจอมตลอดเลย” จอมนรีซาบซึ้งจนน้ำตาเอ่อคลอ เธอโชคดีที่ได้มาเจอคนดีๆ อย่างแอลลี่ ก่อนที่น้ำตาจะรินไหล พนักงานเสิร์ฟก็นำออเดอร์ของลูกค้าเข้ามาเสียก่อน เธอจึงต้องรีบหยิบกระดาษทิชชูมาซับหยาดน้ำตา
“จอม Hot Caramel Macchiato Decaf Double shot Skinny แก้วหนึ่ง”
“ได้ค่ะ” จอมเริ่มชงกาแฟด้วยความประณีตอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าทุกท่วงท่าของเธอล้วนอยู่ในสายตาของชายหนุ่มนามว่า ศิรา เฌอภัทร
เมื่อได้พิจารณาใบหน้าของบาริสต้าสาว ก็ทำให้ศิรามั่นใจว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้น คนที่หนีเอาชีวิตรอดจากพวกชายโฉดชั่ว ที่คิดจะทำมิดีมิร้ายเธอ จนเป็นเหตุให้เธอวิ่งมาตัดหน้ารถของเขาเมื่อสองปีก่อน ใบหน้าที่ตราตรึงใจเขาไม่เคยลืมเลือน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่วันนี้เขาได้มาเจอเธอที่นี่
“ลูกค้าคนนั้นต้องหลงเสน่ห์จอมแน่เลย คนไทยหรือเปล่านะ” แอลลี่หยอกเย้าเมื่อเห็นชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อคมสันเอาแต่จ้องมองมาที่จอมนรี
“ลูกค้าก็มองจอมชงกาแฟปกติไหมคะ” จอมนรียังคงให้ความสำคัญกับการชงกาแฟ มากกว่าที่จะละสายตาไปมองลูกค้าคนที่แอลลี่เอ่ยถึง เธอชินเสียแล้วกับการถูกจับตามองจากลูกค้าที่เข้ามาดื่มกาแฟ ที่มักมองเธอยามชงกาแฟจนเป็นเรื่องปกติ
ศิราไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมผู้หญิงที่เคยช่วยไว้ถึงจำเขาไม่ได้ เพราะตอนที่เขาประคองเธอขึ้นมา เธออยู่ในสภาพหมดสติ หลังจากที่ชักปืนยิงขู่คนชั่วพวกนั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเขาจำได้ดีว่าคือ อัศวิน ลูกชายผู้ไม่เอาไหนของไหมทิพย์กับเวียงไชย เจ้าของไร่จันทร์ผา
ศิราอุ้มหญิงสาวขึ้นรถ และนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เขาติดธุระด่วน ลูกน้องโทรมารายงานว่าวัวที่จะส่งประกวดถูกวางยา เขาจึงต้องรีบกลับไปจัดการ จึงไม่ได้อยู่รอจนเธอฟื้นคืนสติ เขาฝากฝังเธอไว้กับหมอเจ้าของไข้ และจะกลับมาเมื่อจัดการธุระเสร็จ แต่เมื่อเขากลับมา เธอก็หายไป โดยที่ยังไม่รู้อะไรเลย แม้แต่ชื่อของเธอ
เวลาทุกวินาทีของศิราล้วนมีค่า แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้เขามานั่งทอดอารมณ์อยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้นานนับชั่วโมง ทั้งที่ไม่ใช่วิสัยของเขาเลย
เพราะเพลิดเพลินท่วงท่าการชงกาแฟของบาริสต้าสาว หรือเป็นเพราะใบหน้าพริ้มเพราของเธอกันแน่ที่ฉุดรั้งเขาไว้
